การวางมืออธิษฐาน ตอนที่ 3

JesusLoveYou

19 ต.ค. การวางมืออธิษฐาน ตอนที่ 3

หลักฐานความเชื่อในพระคัมภีร์

1. การวางมือเป็นความเชื่อและเป็นคำสอนพื้นฐานที่สุดของหลักข้อเชื่อของคริสเตียน

ฮบ.6:1-2
“เหตุฉะนั้นขอให้เราผ่านหลักธรรมเบื้องต้นแห่งคริสตศาสนาไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่วางรากฐานซ้ำอีกคือเรื่องการกลับใจจากการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย เรื่องความเชื่อในพระเจ้าและคำสอนว่าด้วยพิธีล้างชำระและพิธีวางมือและการเป็นขึ้นมาจากตายและการพิพากษาลงโทษเป็นนิตย์นั้น”

2. การวางมือเป็นการส่งต่อสิทธิอำนาจและของประทาน พระพรฝ่ายวิญญาณ มรดกฝ่ายวิญญาณที่มีมาตั้งแต่ในพระคัมภีร์เดิม

ปฐก.48:14, 17-19
ฝ่ายอิสราเอลก็เหยียดมือขวาออกวางบนศีรษะเอฟราอิมผู้เป็นน้องและมือซ้ายวางไว้บนศีรษะมนัสเสห์ เหยียดมือออกไขว้กันเช่นนั้นเพราะมนัสเสห์เป็นบุตรหัวปี ฝ่ายโยเซฟเมื่อเห็นบิดาวางมือข้างขวาบนศีรษะของเอฟราอิมก็ไม่พอใจ จึงจับมือบิดาจะยกจากศีรษะเอฟราอิมวางบนศีรษะมนัสเสห์ โยเซฟเตือนบิดาว่า “ไม่ถูก คุณพ่อเพราะคนนี้เป็นหัวปี ขอพ่อวางมือขวาบนศีรษะคนนี้เถิด” บิดาก็ไม่ยอม ตอบว่า “พ่อรู้แล้ว ลูกเอ๋ย พ่อรู้แล้ว เขาจะเป็นคนเผ่าหนึ่งด้วยและเขาจะใหญ่โตด้วย อย่างไรก็ดีน้องชายจะใหญ่โตกว่าพี่และพงศ์พันธุ์ของน้องนั้นจะเป็นคนหลายประชาชาติด้วยกัน”

3. ชีวิตและงานรับใช้ของโยชูวาบุตรนูน ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากที่โมเสสวางมือบนท่านและมองสิทธิอำนาจเหนือชนชาติของพระเจ้าให้แก่ท่าน

ฉธบ.27:18-23
และพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงนำโยชูวาบุตรนูนผู้มีพระวิญญาณอยู่ภายในเขามา จงเอามือของเจ้าวางบนเขาตั้งเขาไว้ต่อหน้าเอเลอาซาร์ปุโรหิตและต่อหน้าชุมนุมชนทั้งหมดและเจ้าจงกำชับเขาต่อหน้าชุมนุมชน เจ้าจงให้เกียรติยศอย่างของเจ้าแก่เขาเพื่อให้ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดเชื่อฟังเขาและเขาจะยืนอยู่ต่อหน้าเอเลอาซาร์ปุโรหิต ผู้ซึ่งจะทูลถามเพื่อเขาตามหลักตัดสินของอูริม {ศีล ฉลากศักดิ์สิทธิ์} ต่อพระเจ้าและคนทั้งปวงจะออกไปและเข้ามาตามคำของปุโรหิตทั้งเจ้ากับคนทั้งปวงในอิสราเอลนั้นคือ ชุมนุมชนทั้งหมด” และโมเสสกระทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาท่าน ท่านจึงนำโยชูวาให้มายืนต่อหน้าเอเลอาซาร์ปุโรหิตและต่อหน้าชุมนุมชนทั้งหมดและท่านเอามือวางบนโยชูวาและกำชับเขาตามที่พระเจ้าตรัสสั่งทางโมเสส

กดว.34:9
โยชูวาบุตรนูนก็ประกอบด้วยสติปัญญา เพราะโมเสสได้เอามือของท่านวางบนเขา ดังนั้นประชาชนอิสราเอลจึงเชื่อฟังเขา และได้กระทำดังที่พระเจ้าทรงบัญชาโมเสสไว้

4. การรักษาโรค

มธ.8:2-4
ขณะนั้นมีคนโรคเรื้อนมากราบไหว้พระองค์แล้วทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า เพียงแต่พระองค์จะโปรด ก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายโรคได้” พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ถูกต้องเขาแล้วตรัสว่า “เราพอใจแล้ว จงหายเถิด” ในทันใดนั้น โรคเรื้อนของเขาก็หาย ฝ่ายพระเยซูตรัสสั่งเขาว่า “อย่าบอกเล่าให้ผู้ใดฟังเลยแต่จงไปสำแดงตัวแก่ปุโรหิตและถวายเครื่องบูชาตามซึ่งโมเสสได้สั่งไว้เพื่อเป็นหลักฐานต่อคนทั้งหลายว่าเจ้าหายโรคแล้ว”

5. การปลดปล่อยวิญญาณให้เป็นอิสระ

ลก. 4:40-41
ครั้นเวลาตะวันยอแสง ใครมีคนเจ็บเป็นโรคต่างๆก็พามาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงวางพระหัตถ์ถูกต้องเขาทุกคนให้เขาหายโรค ผีก็ออกมาจากคนหลายคนด้วย ร้องว่า “ท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า” ฝ่ายพระองค์ก็ทรงขนาบมันและไม่ให้มันพูด เพราะว่ามันรู้แล้วว่าพระองค์ทรงเป็นพระคริสต์

6. การรับบัพติสมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์

กจ. 8:17-18
เปโตรกับยอห์นจึงวางมือบนเขาแล้วเขาทั้งหลายก็ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อซีโมนเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือของอัครทูตจึงนำเงินมาให้อัครทูต

7. การส่งต่อของประทานฝ่ายวิญญาณ

1 ทธ. 4:14
อย่าละเลยความสามารถที่มีอยู่ในตัวท่านซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่านตามคำพยากรณ์ เมื่อคณะผู้ปกครองได้เอามือวางบนท่าน

2 ทธ. 1:6
อันของประทานของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในท่านโดยที่ข้าพเจ้าได้เอามือวางบนท่านนั้นขอเตือนว่าท่านจงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น

8. เป็นการสำแดงฤทธิ์อำนาจที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาอันเกิดจากการวางมือตามที่ปรากฎในคริสตจักรในยุคแรกๆเพราะแม้แต่ซีโมนคนทำวิทยาคมก็ยังตระหนักถึงฤทธิ์อำนาจที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่เกิดขึ้น

กจ. 8:18
เมื่อซีโมนเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือของอัครทูต จึงนำเงินมาให้อัครทูต

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุลdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);